Pink School of Finance • Research
Call us : 081 8394115
: @pinkschools     Follow Us on :

     

    Q : ถ้าไม่มีพื้นในสายการเงินมาก่อนเลยจะสามารถเตรียมสอบ CFA ได้หรือไม่?

    Q : การติวสอบ CFA สามารถช่วยให้สอบผ่านได้จริงหรือ?

    Q : สิ่งแรกที่คุณควรจะทำคืออ่ะไร ถ้าหากสอบไม่ผ่านในครั้งแรก ?

    Q : การสอบ CFA ช่วยให้สามารถเปลี่ยนสายงานมาเข้าสายการเงิน ได้จริง ๆ หรือไม่ ?

     

    Name 

     

    Q : ถ้าไม่มีพื้นในสายการเงินมาก่อนเลยจะสามารถเรียน CFA ได้หรือไม่ ที่่โรงเรียนครูพิ้งมีหลักสูตรปูพื้นใดๆรองรับ ?

     

    สำหรับคำถามนี้ จริงๆลูกศิษย์ CFA Level 1 ของครูพิ้งที่ไม่เคยมีพื้นมาก่อนหากต้องการลงเรียน สามารถเรียนได้ค่ะ แต่จะต้องมีการ เตรียมตัวอ่านเองล่วงหน้ามาก่อนซักเดือนสองเดือน ซึ่งแน่นอนว่าทางโรงเรียนจะต้องเชิญเข้ามาเพื่อร่วมกันวางแผนสำหรับอนาคตในช่วง 4-5 เดือนข้างหน้าที่รออยู่กันเพื่อให้มีความชัดเจนในการเตรียมตัวอ่านหนังสือให้มากที่สุดค่ะ

     

    ในอีกทางเลือกหนึ่ง หากพอมีเวลา ใครที่สนใจสอบ CFA Level 1 กับเราแต่ไม่มีพื้นฐานมากนักนั้น จะเลือกเตรียมตัวกับเราล่วงหน้า 1 เดือนในหลักสูตร CFA Starter ก่อนเพื่อเพิ่มความมั่นใจก่อนลงเรียนในหลักสูตร 4 เดือนของเราก็ได้เช่นกันค่ะ

     

    CFA Starter นั้น เป็นหลักสูตรที่ได้ทำการปรับมาจากหลักสูตร Mini Certificate ของ CFA Institute ที่ชื่อว่า Claritas Investment Certificate เพื่อให้มีความเหมาะสมในการนำความรู้การเงินเบื้องต้นไปใช้ทั้งในการทำงาน และเตรียมตัวสอบ CFA ต่อ

    ข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตร CFA Starter ของโรงเรียน << Click 

     

    สำหรับ ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตร Claritas นั้นสามารถหาอ่านได้ในเวบของเรา และ ใน Blog Pink Financial Coach ได้เลยค่ะ 

     

    ข้อมูลเกี่ยวกับการสอบ Claritas Investment Certificate

    http://bit.ly/1a89eeJ

     

    มหากาพย์ CFA ตอนที่ 10 : Claritas Investment Certificate : หลักสูตรแห่งความหวัง...เพื่อก้าวแรกสู่โลกแห่งการเงินอย่างมั่นใจ

    http://bit.ly/18XU67D

    Name

     

    Q : การติวสอบ CFA สามารถช่วยให้สอบผ่านได้จริงหรือ?

     

    หลักสูตร CFA จริง ๆ แล้ว เป็นหลักสูตรที่จัดทำขึ้นเพื่อเอื้อให้ผู้สมัครสอบสามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self Study) แต่ผู้เรียนส่วนใหญ่นั้นก็ยังคงต้องพบกับความท้าทายในการเตรียมตัวสอบ เนื่องจากเนื้อหาในการสอบนั้นค่อนข้างจะเยอะและอาจจะถือว่ายากสำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐานทางวิชาด้านการเงินมาก่อน

     

    โดยส่วนใหญ่ ทางเลือกแรก ๆ ของผู้ที่สมัครสอบ ก็คือ การหาหนังสือสรุปจาก Prep Provider ทั้งหลาย ซึ่งบางครั้ง ก็จะมีการ ผลิต สื่อการสอนในรูปแบบอื่นๆเช่น Audio หรือ Video เพิ่มเติม ที่ช่วยเสริมการเรียนรู้ด้วยตัวเองได้ค่อนข้างมาก แต่ความพยายามในการเรียนยังคงจะต้องมาจากตัวผู้เรียนเองเป็นหลัก สำหรับทางเลือกที่สอง ก็คือ การมาลงเรียนกับคอร์สเรียนติวสอบ ที่มีผู้เปิดสอนอยู่หลายหลายแห่งรวมทั้งของครูพิ้งเองด้วย ซึ่งคนที่มักจะตัดสินใจเลือกทางนี้ ก็มักจะเป็นผู้ที่มองว่าเตรียมตัวสอบด้วยตัวเองไม่ไหว

     

    ถ้าถามว่า การเรียนติวสอบจำเป็นหรือไม่ ?

     

    ส่วนตัวครูพิ้งเองที่เคยผ่านการติวสอบใน Level 1 และ อ่านหนังสือสอบเองใน Level 2 และ 3 มาแล้ว อยากจะขอแนะนำให้ผู้ที่กำลังคิดตัดสินใจ ให้คิดเปรียบเทียบตามว่า ถ้าผู้สมัครท่านใดเลือกที่จะไม่เรียนติวและลุยเอง ความพยายามทั้งหมดนั้นจะตกอยู่ที่ตัวผู้สมัครท่านนั้น 100 % โดย ต้องเริ่มตั้งแต่ การจัดหาเอกสารทุกอย่าง การรับผิดชอบตัวเองในการจัดเวลาอ่านหนังสือ และ ทำความเข้าใจเนื้อหาที่เราไม่คุ้นเคย ซึ่งบางทีเราอาจจะเน้นผิดเรื่อง ออกนอกทะเล ไม่สามารถจับสาระสำคัญที่จะออกสอบได้ และ การแสวงหาเครือข่ายในหมู่ผู้ที่สอบด้วยกันเพื่อช่วยเหลือกันในเรื่องของการเคลียร์ประเด็นที่เราไม่เข้าใจ หรือ ประเด็นปลีกย่อยในการเตรียมตัวสอบอื่นๆ จนกว่าจะถึงวันสอบ

     

    ถ้าอีกทางเลือก คือ การมาเรียนกับครูพิ้ง  สิ่งที่ครูพิ้งได้เตรียมไว้ให้เพิ่มเติมจากการเตรียมตัวปรกติของผู้สมัครสอบที่เตรียมตัวเองก็คือ

     

         1. บรรยากาศเพื่อนร่วมห้อง ที่มีอุดมการณ์เดียวกัน ที่มาร่วมกับฝ่าฝันกับการสอบ CFA เหมือน ๆ กัน 

     

         2. ทีมอาจารย์ CFA Charterholder ที่เคยผ่านสนามนี้มาแล้ว คอยให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษา ตลอดการเตรียมตัว

     

         3. การมีตารางเรียนที่สม่ำเสมอจะช่วยให้นักเรียนตื่นตัวในการทบทวนเนื้อหาที่จะมุ่งให้ผ่านหูผ่านตาอย่างน้อย 1 รอบ และช่วงเวลาฝึกแบบฝึกหัด ที่ได้รวบรวมมา เพื่อให้ฝึกซ้อมให้พร้อมก่อนการเข้าสอบ

     

    ในการจัดคอร์สเรียนของครูพิ้งนั้น จะจัดอยู่บนหลักการที่ว่า อยากให้นักเรียนที่มาเรียนกับครูพิ้งรู้สึกว่าความพยายามที่เราจะต้องฝืนใจอ่านหนังสือด้วยความทรมานจากความไม่เข้าใจ และความไม่สะดวกใจต่างๆนั้นลดลงไปให้ได้เกินครึ่ง

     

    โดยภาพรวมใหญ่ เราจะพบว่ามี jigsaw ทั้งหมด 4 ชิ้น ที่จะช่วยให้การเตรียมสอบของเราสมบูรณ์มากขึ้น นั่นก็คือ

     

          1. การสรุปเนื้อหาจากทางโรงเรียนที่ครบถ้วน 

     

          2. การเตรียมสภาพแวดล้อม ให้คำปรึกษาและจำลองการสอบ

     

          3. การอ่านเนื้อหาให้จบตาม reading plan ของตัวนักเรียนแต่ละคน

     

          4. การทำแบบฝึกหัด และตรวจสอบจุดอ่อน จุดแข็ง และ feedback สถานะของตัวเองให้กับทีมอาจารย์

     

    ทางโรงเรียนให้การรับรองเลยว่า ในส่วนที่ 1 และ 2 ทางโรงเรียนเตรียมพร้อมไว้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำระบบ video เพื่อ backup ให้สามารถทบทวนได้ แบบฝึกหัดทั้งแบบแยกตามราย Study Session หรือ แบบฝึกหัดแบบ Mock Exam ที่เตรียมบรรยากาศให้เสมือนจริง ซึ่งใน 2 ส่วนนี้ จะช่วยให้การเตรียมตัวของนักเรียนมีความง่ายมากขึ้น สามารถกลับไปทบทวนและฝึกฝนทำแบบฝึกหัดได้อย่างคล่องแคล่ว

     

    แต่ในส่วนที่ 3 และ 4 นั้นจะต้องเป็นความรับผิดชอบของนักเรียนเองเป็นหลัก เพราะทางโรงเรียน ไม่สามารถไปบังคับได้ นอกจากได้แต่มีความหวังว่า นักเรียนแต่ละคน จะมีความรับผิดชอบ และทำหน้าที่ในส่วนของตนเองให้เต็มที่ด้วย คงไม่ต้องบอกก็น่าจะทราบกันดีว่า การสอบ CFA นั้น ไม่มีใครเข้าไปทำข้อสอบแทนกันได้ หรือเอาใบประกาศ CFA มาให้ยืมกันได้ เพราะฉะนั้น ปัจจัยสำคัญที่สุด อยู่ที่ตัวนักเรียนว่าจะสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่โรงเรียนเตรียมไว้ให้ได้มากน้อยแค่ไหนค่ะ

     

    สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ จะไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ ทั้งสิ้น ถ้าหากนักเรียนที่เดินเข้ามา ไม่ได้ทำหน้าที่ในส่วนของตนเอง เพื่อให้ jigsaw เหล่านี้ ปะติดปะต่อกันให้สมบูรณ์ จนตัวเองพร้อมสำหรับการสอบ

     

    ในทุก ๆ ครั้งที่เริ่มเปิดคลาสใหม่ นักเรียนทุกคนได้เดินเข้ามาพร้อมกับความหวัง ที่จะสอบ CFA ให้ผ่าน แต่จะมีคนเพียงหยิบมือเท่านั้น เอาชนะความท้อแท้และไม่ล้มเลิก หันหลังให้กับการสอบ กลางคัน พร้อมข้ออ้างมากมาย ที่จะไม่ทำต่อ

     

    ครูพิ้งจึงอยากจะให้กำลังใจทุกๆคนที่มีความหวังอยากให้ชีวิตของเราเดินไปได้ไกลกว่าเดิม ว่าท้อได้แต่อย่าถอยเป็นอันขาดค่ะ  ความสำเร็จในชีวิต ไม่ได้เกิดจากโชคบันดาล แต่มาจากสองมือและหนึ่งสมองที่สั่งตัวเองให้เริ่มลงมือทำ อุปสรรคทั้งหลายในชีวิต เป็นบทเรียนบททดสอบที่ทุกคนจะต้องเผชิญ ไม่ว่าช้าหรือเร็ว ไม่ว่าสิ่งนั้นจะอยากให้เกิด หรือไม่ให้เกิด จะควบคุมได้หรือควบคุมไม่ได้ มันจะมาหาเราทุก ๆ คนในไม่ช้า

     

    ในวันที่ครูพิ้งสอบ CFA ครูพิ้งเคยรู้สึกท้อแท้กับจำนวนเนื้อหา และ สูตรมากมายที่จำได้ไม่หมดใน Level 2 จนร้องไห้มาแล้ว นอกจากนี้ยังเคยถูกหมากัดใน วันก่อนสอบจนต้องไปนั่งอ่านหนังสือรอฉีดบาดทะยักที่โรงพยาบาล ก็เคยมี หรือแม้แต่ในวันที่ครูพิ้งสอบ Level 3 มีเวลาเหลือแค่ 2 เดือนกว่าจะได้เริ่มต้นอ่าน แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ครูพิ้งล้มเลิกความคิดที่จะสู้ให้เต็มที่กับทุกๆอย่างที่มี จนบรรลุเป้าหมายของตัวเองมาได้

     

    ในเมื่อชีวิตคนเราก่อนที่จะประสบความสำเร็จนั้น จะต้องเจอะเจอเรื่องยาก ๆกันซักครั้งกันทุกคน การตัดสินใจสอบ CFA ของเรานี้ อาจจะถือเป็นโอกาสที่ดีเลิศในการฝึกฝนจิตใจ และ สมอง ให้พร้อมรับอุปสรรคที่ท้าทายขั้นต่อๆไปในวันข้างหน้า ซึ่งผลพลอยได้ของการสอบ CFA นั้นสามารถพัฒนาคุณภาพของคนจากภายในได้ดีมาก โดย ครูพิ้งคิดว่ามัน เป็นเรื่องของการฝึกฝนการวางแผนเพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ ฝึกให้ตัวเองมีวินัยในการปฎิบัติตัวตามแผน ฝึกความอดทนในการเอาชนะความเหนื่อยล้าและท้อแท้ และ ฝึกตัวเองให้เป็นผู้ที่ไม่หยุดนิ่งในการแสวงหาความรู้จากทุกๆอย่างรอบตัว โดยที่มองจากภายนอกคนอื่นอาจจะไม่รู้ค่ะ

     

    สำหรับครูพิ้งเองนะคะ ครูพิ้งไม่คิดว่า ข้อสอบ CFA นั้นเป็นข้อสอบที่ยากชนิดที่ว่าจะมีคนที่ไม่มีวันสอบผ่าน หรอกค่ะ เพราะข้อสอบมีเนื้อหาที่มีขอบเขตตายตัว และ ไม่เกินที่สมองคนเราที่มีสมาธิดีๆจะจำ เพียงแต่ว่าการมุ่งเตรียมตัวด้วยมุมมองความเข้าใจที่ไม่เหมาะสม และ ไม่มีรุ่นพี่ที่มีประสบการณ์พอที่จะมาช่วยแนะแนวทางนั้น อาจจะทำให้ผู้สมัครสอบท่านนั้นเสียเวลางมหาทางด้วยตัวเองไปหลายปี เปรียบเหมือนคนเดินทางที่ไม่มีแผนที่ ต้องคอยแกะรอยเท้า หรือดูดาวเอาเอง ซึ่งเมื่อเทียบกับคนที่มี GPRS แล้วล่ะก็ หากความพยายามมีไม่ต่างกัน แน่นอนว่า คนที่มีแผนที่ย่อมเดินถึงที่หมายก่อน

     

    ในสมัยครูพิ้งสอบ CFA ครูพิ้งมีทางเลือกไม่มากค่ะ Ipad ยังไม่มีก็ต้องแบกหนังสือลากกันไปไปอ่านนอกบ้าน เป็นตั้งๆ สงสัยอ่ะไรก็หาคนถามได้ยากต้องคอยไปแอบดูกระทู้ของฝรั่งที่เค้าคุยกัน แต่ในวันนี้ผู้สมัครรุ่นใหม่ทุกๆคน เลือกได้แล้วนะคะว่า อยากจะเตรียมตัวสอบ CFA แบบไหน ถ้าใจพร้อมที่จะเดินเข้าสู่สายการเงิน และต้องการความช่วยเหลือแล้วล่ะก็ ทางโรงเรียนครูพิ้งก็ยินดีต้อนรับทุก ๆ คน ที่ต้องการล่าฝันนี้ให้สำเร็จ และยินดีที่จะอยู่เคียงข้างไปด้วยกันตลอด เหมือนกับลูกศิษย์หลาย ๆ คน ที่เชื่อมั่น ไว้วางใจ และมุ่งมั่นพัฒนาตัวเองจนสอบผ่านกันมาหลายคนแล้ว

     

    ดังนั้นอย่ารอช้านะคะ ถ้าหากคุณมีความฝัน ก็สมควรเริ่มต้นวางแผนและลงมือทำตั้งแต่วันนี้ได้แล้วค่ะ

     

    Name

     

    Q : สิ่งแรกที่คุณควรจะทำคืออ่ะไร ถ้าหากสอบไม่ผ่านในครั้งแรก ?

     

    ผู้ที่สนใจสอบ CFA จริงๆแล้วไม่ควรใจร้อนเป็นอย่างยิ่งค่ะ หากสนใจจะพิชิตหลักสูตรนี้ จำเป็นที่จะต้องวางแผนชีวิตควบคู่กันไปด้วย เส้นทางสายนี้ถ้าจะไปให้สุดทาง มีระยะเวลาขั้นต่ำตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ลักษณะพิเศษของข้อสอบ CFA นั้นเป็นข้อสอบที่วัดความแข็งแกร่งทางจิตใจ ความฉลาดในการวางแผน และความถ่อมตัวในการเรียนรู้ของผู้สมัครได้อย่างดีที่สุด ครูพิ้งสังเกตว่า ผู้ที่ทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว หรือ ประมาทในการเตรียมตัว มักจะต้องพบกับความผิดหวังก่อนแทบทั้งสิ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการสอบไม่ผ่านเลเวลใดในระหว่างทางนั้น ถือเป็นเรื่องที่ธรรมดาเอามากๆ อันที่จริงเมื่อสอบไม่ผ่านครูพิ้งก็อยากจะแนะนำให้ทุกๆคนทำใจให้เข้มแข็ง ไม่ต้องรู้สึกผิดหวังเพราะ Ego เราพังทลาย แต่เราควรมาลองทบทวนจุดอ่อนของตัวเอง และก็แค่ยักไหล่ให้กับความล้มเหลวแล้วลองดูใหม่ เนื่องจากครูพิ้งเองเชื่อว่าความผิดพลาดของคนเราเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของการพัฒนาตนเอง เพื่อจะเดินไปให้ถึงเป้าหมายได้ในที่สุด แต่ถ้าล้มเลิกไปซะก่อน ชาตินี้ก็ไม่มีวันไปถึงค่ะ

     

    จากประสบการณ์ที่จัดคอร์สมา 7 คอร์ส ครูพิ้งพบว่ามีนักเรียนหลายๆคนที่สอบไม่ผ่านในครั้งแรก แต่สุดท้ายก็สอบผ่านในครั้งต่อๆไป โดยอาศัยความล้มเหลวในครั้งแรกมาเป็นแรงผลักดัน ซึ่งเมื่อพวกเค้าหันกลับมา เค้าจะพบว่าครูพิ้งยังคงเฝ้ามองนักเรียนทุกๆคนที่ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคของตัวเองมาตลอด ด้วยความชื่นชมค่ะ

     

    คำยืนยันจากประธานสมาคมของ CFA แห่งประเทศไทยคนปัจจุบันเคยพูดเอาไว้ในงานประชุมประจำปีเกี่ยวกับเรื่องนี้เอาไว้ว่า 'ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับ CFA Charter ในปีนี้ทุกๆท่าน ในสมาคมนี้ไม่มีใครสนใจว่าคุณใช้เวลากี่ปีในการสอบ CFA มาจนผ่านหมด สิ่งเดียวที่สำคัญคือ ในวันนี้คุณพิชิตมันลงได้ในที่สุด ' 

    Name

     

    Q: การสอบ CFA ช่วยให้สามารถเปลี่ยนสายงานมาเข้าสายการเงิน ได้จริง ๆ หรือไม่?

     

    สำหรับคำถามนี้ ครูพิ้งขอตอบได้เลยค่ะ ว่า ได้จริงๆ ! โดยจะขอยกตัวอย่างโดยตรง จากนักเรียนของโรงเรียนเราให้ฟัง ซึ่งน่าจะเป็นตัวอย่างที่ดี โดยเฉพาะสำหรับนักเรียนที่ยังมีอายุน้อยกว่า 30 นะคะ

     

    Case No.1 : มีนักเรียนที่เคยเป็นนักวิเคราะห์สินเชื่อ เรียนจบปริญญาตรีด้านการเงิน แต่สามารถกลายเป็นนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ (Analyst) ได้ เนื่องจากเป็น CFA candidate level III โดยปัจจุบันกลายเป็น CFA Charterholder แล้ว การสัมภาษณ์ในครั้งนั้น ถึงแม้ว่าการสัมภาษณ์ในครั้งนั้น ทางบริษัทต้องการผู้สมัครที่เรียนจบปริญญาโทขึ้นไป แต่การที่สอบ CFA จนถึง level III กลับเป็นไปเบิกทางอย่างดี ที่จะได้รับโอกาสคัดเลือก และได้งานในที่สุด

     

    Case No.2 : เป็นนักเรียนที่เรียนกับครูพิ้งตั้งแต่ level I ปัจจุบันเป็น CFA candidate level III พื้นฐานการเรียนจบด้านการตลาด และไม่มีพื้นด้านการเงินมาก่อน เมื่อนักเรียนคนนี้สอบผ่าน level II จนกลายเป็น CFA candidte level III กลับได้รับโอกาสสัมภาษณ์งานมากมาย ถึงแม้ว่าเรียนจบแค่ปริญญาตรี และไม่ได้จบตรงสายงาน ปัจจุบันนัดเรียนคนนี้ได้ย้ายงาน เข้าไปอยู่หน่วยที่ดูแลด้านการลงทุนของบริษัทจดทะเบียนบริษัทหนึ่ง โดยมีหัวหน้าเป็น CFA Charterholder อีกด้วย

     

    Case No.3 : เป็นนักเรียนที่เรียนกับครูพิ้งตั้งแต่ level I เช่นกัน โดยเรียนจบปริญญาโทจากต่างประเทศ แต่ยังไม่มีประสบการณ์ทำงาน โดยได้ทำงานในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เป็นเจ้าหน้าที่การตลาด ก่อนที่จะลาออกเพื่อเตรียมสอบ CFA level III ปัจจุบัน นักเรียนคนนี้ได้รับโอกาสเข้าไปอยู่ในทีม research ของโบรกชื่อดังแห่งหนึ่ง ซึ่งมี CFA chartholder อยู่หลายท่าน ซึ่งในการสัมภาษณ์ครั้งนั้น มีการแข่งขันค่อนข้างสูง ทั้งจากผู้ที่มีประสบการณ์ และผู้ที่มีวุฒิการศึกษาที่ดูดีกว่า

     

    สิ่งที่ครูพิ้งเล่ามาทั้งหมด เชื่อว่ายังมีนักเรียนอีกหลายท่านในอนาคต ที่จะได้เปลี่ยนย้ายงาน ตามฝันของแต่ละคน หากมีความตั้งใจจริงที่จะสอบ CFA

     

    อาจจะพูดได้ว่า เหตุผลที่การสอบ CFA จะช่วยเราให้ประสบความสำเร็จในการสมัครงานนั้นเนื่องจาก มันเป็นการพยายามสื่อให้นายจ้างทั้งหลายได้เห็นว่า เราเป็นคนที่เอาจริงกับการพัฒนาตัวเองแค่ไหน เนื่องจากการสอบนี้ ไม่ได้เป็นการเรียนภาคบังคับเหมือนปริญญาตรี หรือปริญญาโท แต่เป็นการวัดความอดทน ความมุ่งมั่นของเราที่จะแสวงหาความรู้ด้านการเงินอย่างแท้จริง

     

    ในความเห็นส่วนตัวค่ะครูพิ้งคิดว่า ไม่มีการสอบใดๆในสายการเงิน ที่จะบ่งบอกความมุ่งมั่นได้ชัดเจนเหมือนการสอบ CFA อีกแล้วค่ะ เท่าที่สังเกตุเห็น การสอบผ่านตั้งแต่ level II ขึ้นไป จะทำให้ผู้สมัครสอบค่อนข้างเป็นที่ยอมรับของในสายการเงิน เนื่องจากเหลือการสอบ level III อีกเพียงครั้งเดียวเท่านั้นก็จะจบ และการสอบ level II เป็นระดับที่จะวัดทั้ง ความรู้เกี่ยวกับเครื่องมือในสายการเงิน รวมถึงกำลังใจที่จะทำในสิ่งที่ท้าทายและยากให้ผ่าน

     

    สำหรับผู้ที่มีอายุงานค่อนข้างมาก รวมไปถึงประสบการณ์งานค่อนข้างสูง และเป็น specialist ในสายงานแล้ว การสอบ CFA น่าจะช่วยให้สามารถก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้บริหารได้ในอนาคต โดยไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมาเปลี่ยนสายงานมาเพื่อแข่งกับเด็กจบใหม่ ที่ไม่มีประสบการณ์ แต่ความรู้ที่ได้จากการสอบ CFA จะเป็นคุณสมบัติเพิ่มเติม ที่จะทำให้เราไปอยู่ในจุดที่สามารถบอกได้ว่า การลงทุนหรือทำโครงการใด ๆ มีความคุ้มค่า น่าลงทุน หรือมีความเสี่ยงในประเด็นอื่น ๆ หรือไม่ และจุดสำคัญที่สุด คือ สามารถสร้างผลกำไรให้กับบริษัทได้หรือไม่

     

    นอกจากนี้ ครูพิ้งก็ยังอยากที่จะยกตัวอย่างใกล้ตัวในกรณีของ อาจารย์ปิยะ ให้ฟังว่า เรียนจบปริญญาตรีด้านการเงิน และปริญญาทางเศรษฐศาสตร์ในประเทศ ไม่เคยไปเรียนเมืองนอก มีประสบการณ์ทำงานเป็นนักวิเคราะห์สินเชื่อด้านอสังหาริมทรัพย์อยู่ 3 ปีครึ่ง ย้ายมาเป็นนักวิเคราะห์หุ้นอสังหาริมทรัพย์อีก 2 ปีครึ่งหลังจากสอบผ่าน level II ในที่สุดหลังจากสอบผ่าน CFA Level III ก็สามารถย้ายสายงานข้ามมาเป็น CFO ของบริษัทส่งออกยางพาราอันดับ 3 ของประเทศด้วยประสบการณ์ทำงานเพียง 6-7 ปี ที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง แต่ที่สามารถมารับตำแหน่งนี้ได้นั้น เพราะว่าการสอบ CFA มีความรู้พื้นฐานครบทุกด้านที่จะนำไปใช้ ขึ้นอยู่กับว่าสามารถที่จะเรียนรู้และประยุกต์ได้เร็วและกว้างแค่ไหน

     

    ท้ายที่สุดครูพิ้ง ขอเป็นกำลังใจให้กับมนุษย์เงินเดือนทุกๆท่านที่มีความฝัน โดยขอเน้นให้ทุกๆคน พยายามทำหน้าที่ในส่วนของตัวเอง ให้ดีที่สุดคือ หมั่นหาความรู้เพิ่มเติมให้กับชีวิต และ คอยสร้างเครือข่ายที่มีจะทำให้เรามีโอกาสก้าวหน้าในหน้าที่การงาน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตที่รออยู่

     

    ลองคิดดูนะคะว่า ประเทศไทยยังมีผู้ที่สอบผ่าน CFA ไม่ถึง 500 คน เมื่อเทียบกับจำนวนผู้ที่งานอยู่ในสายการเงิน ถือว่าเป็นกลุ่มคนที่น้อยมาก ๆ เพียงหยิบมือเดียว หากมีความตั้งใจมากพอที่จะสอบ โอกาสที่ฝันก็น่าจะมาถึงในอีกไม่ไกลค่ะ 

     

    Name