Pink School of Finance • Research
Call us : 081 8394115
: @pinkschools     Follow Us on :

     

    CFA Institute Logo

     

              หลักสูตรการสอบ CFA หรือ Chartered Financial Analyst นั้น เป็นหลักสุตรวิชาการเงินที่จัดสอบขึ้นทุกปีภายใต้มาตราฐานเดียวกันทั่วโลก โดย จัดสอบขึ้นเพื่อวัดความรู้ความสามารถทางการเงินและจรรยาบรรณของผู้ที่ทำงานในสายงานนักวิเคราะห์ทางการเงิน

     

              เนื่องจากมาตราฐานการสอบ CFA นั้นได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก ทุกๆปีจะมีผุ้สนใจ สมัครเข้าสอบ CFA จากหลากหลายสาขาวิชาชีพ เพื่อเก็บเกี่ยวความรู้และเพิ่มพูนความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ไม่ว่าจะมาจากสายธุรกิจ การเงิน หรือแม้แต่ สายอื่นๆ ที่ต้องการเปลี่ยนสายงาน มายังสายการเงิน

     

                ผู้สนใจสมัครสอบ CFA ทุกๆคนจะต้องเริ่มสอบ กันที่ Level 1 ให้ผ่านก่อนเป็นด่านแรก ถึงจะสามารถสมัครสอบ level 2 และ 3 ได้ โดยเนื้อหาความรู้ใน ระดับแรกนั้น เป็นความรู้แบบกว้าง ๆ ซึ่ง CFA จะเน้นในส่วนของจรรยาบรรณ (Ethic) ค่อนข้างมาก เพื่อให้ทำความคุ้นเคย สามารถปฎิบัติตามและตีความได้

     

                  ในส่วนความรู้อื่น ๆ ที่จัดทดสอบ จะเป็นความรู้องค์รวมที่สอนให้รู้จักกับ แง่มุมของเครื่องมือทางการเงิน เกือบทุกรูปแบบ ยกตัวอย่างด้านการลงทุน เช่น ตราสารหนี้ ตราสารทุน ตราสารอนุพันธ์ (ที่โด่งดัง และทำให้เกิดวิกฤตทางการเงินที่ผ่านมาไม่นาน จำกันพอได้นะครับ) สินทรัพย์ทางเลือก (Alternative investment) หรือแม้แต่การจัดพอร์ทการลงทุนขั้นต้น เป็นต้น


               ทางด้านการเงินจะสอนให้รู้จัก การวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์ (ภาพใหญ่ของระบบเศรษฐกิจระดับประเทศ และระดับโลก) การวิเคราะห์งบการเงิน (ดูความแข็งแกร่งของบริษัท และสามารถปล่อยกู้ได้หรือไม่) การวิเคราะห์ทางเลือกลงทุนโครงการและจุดคุ้มทุน เป็นต้น

     

              ซึ่งความรู้ในระดับนี้เป็นไปเพื่อที่จะสามารถทำงานในบริษัททางด้านการเงิน และตลาดทุนรวมไปถึงฝ่ายการเงินหรือฝ่ายกลยุทธ์ที่มีความจำเป็นที่จะต้องวิเคราะห์ข้อมูลด้าน การเงิน ในเชิงลึก ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

     

     

     

    ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการสอบ CFA Level 1
     

    วัน-เวลาในการสอบ :    วันเสาร์ - 6 ชั่วโมง ( 3 ชั่วโมง เช้า -บ่าย )
       
    สถานที่สอบ :    กรุงเทพ, ประเทศไทย
       
    การสมัครสอบ และ 
    ค่าใช้จ่าย :

       ผู้สมัครสอบจะต้อง สมัคร login กับทาง CFA Institute และชำระค่าสมัครผ่านบัตรเครดิต ในเวบไซต์ โดย
       สามารถตรวจสอบช่วงเวลาการสมัครสอบและค่าสอบได้ ที่ 

       http://www.cfainstitute.org/programs/cfaprogram/register/Pages/index.aspx   

       
    จำนวนคำถาม:    240 ข้อ (120 ข้อ ต่อ ชุด )
       
    ระดับคะแนนผ่าน:    การวัดผลจะทำโดยการตัด Mean ทั่วโลก ส่วนใหญ่ผู้ที่สอบผ่านจะทำคะแนนได้ในระดับ 70%
       
    ลักษณะข้อสอบ:    ข้อสอบปรนัย (เลือกตอบ 3 ตัวเลือก )
       
    คุณสมบัติผู้สมัคร:

       ผู้สามารถสมัครสอบต้องจบปริญญาตรีหรือเทียบเท่า โดยรวมถึง

       a) นักศึกษาปริญญาตรีที่กำลังเรียนอยู่ในปีสุดท้าย,

       b) ผู้ที่มีประสบการณ์การทำงานอย่างน้อย 4 ปี และ

       c) ผู้ที่มีคุณสมบัติในข้อ a)และb) รวมกันได้อย่างน้อย 4 ปี
       
    ช่วงเวลาสอบ:    สองครั้ง ในเดือน มิถุนายน และ ธันวาคม ของทุกปี
       
    ช่วงเวลาประกาศผล:    ภายใน 60 วัน
       
    เวบไซต์หลัก:    www.cfainstitute.org
       
    โครงสร้างวิชาที่ออกสอบ :    1.png
    ตัวอย่างข้อสอบ CFA Level 1 :  
       
    เครื่องคิดเลข ที่ได้รับอนุญาต:    เครื่องคิดเลขสองรุ่น ที่สามารถนำเข้าห้องสอบในทุกระดับ ได้แก่
       • Texas Instruments BA II Plus (including BA II Plus Professional) 
       • Hewlett Packard 12C (including the HP 12C Platinum, 12C Platinum 25th anniversary edition, and 12C 30th anniversary edition)

     

     

    กลยุทธ์การเตรียมตัวสอบ CFA Level 1
     

    โดย ปิยะ โอฬารริกสุภัค, CFA

     

    ประเด็นสำคัญการเตรียมตัว และเตรียมใจให้พร้อมสำหรับการสอบนั้น พอจะสรุปได้ดังนี้

    1. Mindset ที่ต้องมี

            CFA level I ถ้าคิดไม่ออกว่าเตรียมตัวอย่างไร จินตนาการตัวเองเหมือนสอบ Entrance อีกครั้ง!!! อันนี้ ไม่ได้พูดเล่น เนื่องจากว่าข้อสอบเป็น speed test ซึ่ง 1 ข้อมีเวลาเพียง 90 วินาที ในการอ่านโจทย์ คำนวน และเลือกคำตอบ สอบ Entrance ยังดีกว่าสอบ CFA ตรงที่ว่า เราทยอยสอบทีละวิชา แต่สอบ CFA ทุกวิชาจะถูกยัดรวมกันมาสอบภายในวันเดียวทั้ง เช้า และ บ่าย ดังนั้นไม่ใช่แค่มีความพร้อมด้านเนื้อหา แต่ยังต้องอึด และมีสมาธินานพอที่จะประคองตัวเองให้ผ่านการสอบ 6 ชั่วโมงนี้ไปให้ได้ สิ่งที่น่ากลัวโดยเฉพาะสำหรับผู้ที่พึ่งเรียนจบปริญญาโท คือ เตรียมตัวสอบเหมือนการสอบปริญญาโท ซึ่งไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้อง


    2. การฝึกใช้เครื่องคิดเลข
         การสอบ CFA จะอนุญาตให้นำเครื่องคิดเลขเข้าห้องสอบได้เพียง 2 รุ่น คือ HP และ TI สำหรับรุ่นอื่น ๆ ไม่สามารถนำเข้าห้องสอบได้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องคิดเลขของเด็กวิศวะ หรือสายวิทย์อื่น ๆ เป็นต้น พยายามทำความเข้าใจการเครื่องคิดเลขให้คล่องที่สุด ไม่ว่าจะเป็น function ในการคำนวน Time Value of Money (TVM) หรือการใส่ Cash Flow (CF) เพื่อหาก NPV หรือ IRR การคำนวนดังกล่าว เป็นหัวใจสำคัญและเป็นพื้นฐานในการสอบทุก level I และจะถูกเน้นมากเป็นพิเศษ ในlevel I การใช้ในที่นี้รวมถึง trick ต่างๆ ที่ช่วยทดเวลาในการทำข้อสอบได้เร้วขึ้น เช่น function การเก็บข้อมูลที่เราได้คำนวนไว้แล้ว จะได้ไม่เสียเวลาคำนวนใหม่, การหาเลขยกกำลังที่เป็นเศษส่วน เป็นต้น


    3. เตรียมตัวตาม Learning Outcome Statement (LOS) 
            การเตรียมตัวสอบ จำต้องตอบคำถามที่อยู่ใน LOS ให้ได้ ซึ่งคำสั่งต่าง ๆ จะมีความชัดเจนมากในแต่และหัวข้อ เช่น กำหนดให้ explain, distinguish, compare, calculate เป็นต้น ซึ่งจะเห็นได้ว่า สิ่งที่ถามบางครั้ง ไม่ได้เป็นการคำนวนไปซะหมดทุก topic ดังนั้น หลังจากกอ่านหนังสือแล้ว เอา LOS มาถามตัวเองอีกครั้งว่า รู้ครบตามที่ LOS อยากให้ทราบหรือยัง ถ้าครบแล้ว ก็ไปหัวข้อถัดได้เลย
          มี candidate หลายคน เตรียมตัวหนักไปทางด้านการคำนวน โดยที่ไม่ได้ดู LOS หรือเตรียมเนื้อหาด้านการ check ความเข้าใจ และ concept มากนัก ทำให้พลาดคะแนนในส่วนที่ง่ายไป เนื่องจากไม่ได้เตรียม


    4. จัดเวลาอ่านและฝึกทำโจทย์ 
           สิ่งสำคัญในการเตรียมสอบ คือการผึกทำโจทย์ให้เยอะ ซึ่งถ้ายังอ่านไม่จบก็ไม่สามารถทำโจทย์ได้ แต่ก็มีปัญหาที่ตามมาอีก คือ เมื่อไหร่ถึงรู้ว่าควรจะหยุดอ่าน? ทำข้อสอบอะไรดี? ต้องจับเวลามั๊ย? เป็นต้น สิ่งที่จะแนะนำ คือ อ่านรอบแรกให้จบให้เร็วที่สุด หลังจากนั้นทำแบบฝึกหัดท้ายบท ถ้าไม่เข้าใจ หรือทำผิด ค่อยกลับมาทวน และตรวจ LOS ไปพ้อมกัน
           เวลาที่ควรมีเพื่อทำข้อสอบอย่างน้อย 6-8 สัปดาห์ก่อนสอบ โดยในเดือนสุดท้าย จะต้องเริ่มเน้นการทำข้อสอบเป็น set จำลองเวลาสอบจากครั้งละ 1 ชั่วโมง จนกระทั่ง 3 ชั่วโมง เนื่องจากบางครั้งการทำข้อสอบแยกตาม topic เราอาจจะจัดการเวลาได้ดีบางหัวข้อ แต่การสอบจริง ต้องมีการวางแผนที่จะทำข้อสอบให้ได้มากที่สุดในเวลาจำกัด หากไม่ได้ฝึกทำ หรือจำลองสถานการณ์เลย สอบจริงจะไม่สามารถทำได้
            ในส่วนของการทำโจทย์แล้วผิดเยอะ จะรู้สึกเสีย self นั้น ให้คิดว่าเป็นเรื่องปกติ และการเรียนรู้แก้ไขข้อผิดก่อนเข้าห้องสอบ ย่อมดีกว่าดีกว่าไปผิดในห้องสอบ